เทเลกราฟเผยบาร์ซ่าสนดึงแบร์นาร์โด้เข้ารัง

เทเลกราฟของอังกฤษเปิดเผยว่าบาร์เซโลนายักษ์ใหญ่ของสเปนจับตาสถานการณ์ของแบร์นาร์โดซิลวากองกลางของแมนเชสเตอร์ซิตี้พร้อมย้ายไปร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ ทีมชาติโปรตุเกสเป็นผู้เล่นตัวหลักของเป๊ปกวาร์ดิโอล่าด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยม โดยฤดูกาลนี้เขาลงสนามไป 52 เกมซึ่งเป็น 34 นัดในลีกโดยทำไปทั้งหมด 8 ประตูด้วยกัน “เจ้าบุญทุ่ม” จับตาสถานการณ์นักเตะวัย 25 ปีอย่างใกล้ชิด มันอาจถูกส่งไปร่วมทีมในตลาดซื้อ – ขายซัมเมอร์นี้ รายงานเผยว่ายักษ์ใหญ่แห่งคาตาลันอาจไม่มีเงินลงทุนมากนัก แต่เสนอเนลสันเซเมโดแบ็กขวาให้แมนเชสเตอร์ซิตี้พิจารณา เป็นนักฟุตบอลชาวโปรตุเกสปัจจุบันเขาเล่นให้กับแมนเชสเตอร์ซิตี้และฟุตบอลทีมชาติโปรตุเกส แบร์นาร์ดูซิลวากองกลางเริ่มอาชีพของเขาในฐานะผู้เล่นเยาวชนของ Bifiga เล่นให้กับ Bifikabe ในฤดูกาล 2013–2014 กับ Trufengzi ในวันที่ 10 สิงหาคม 2013 ในวันที่ 19 ตุลาคม 2013 Silva ลงเล่นในเกมแรกของเขา สำหรับบิฟิกาตอนอายุ 19 ปีใน Taza d’Portugal ฤดูกาล 2013–2014 รอบสามแพ้ Glebe Düşpurti Voodzingfich การเล่นในนาทีที่ 80 และในฟอร์มที่ยอดเยี่ยมกับ Bifikabe ใน Tsugung Daliga ฤดูกาล 2013–2014 ทำให้เขาได้รับรางวัล Young Player of the Year จาก Tsugung Daliga ซิลวาเป็นผู้เล่นของ Bifiga ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2013–2014

วิลสันมาเจอลูกครั้งแรกแล้ว


วิลสันมาเจอลูกครั้งแรกแล้ว จากข่าวดังของนักแสดงฮอลลีวูด โอเวน วิลสัน (Owen Wilson) ที่นางแบบและนักธุรกิจหญิงลูกครึ่งไทยนามว่า วารุณี วงศ์วิเรศ เคยโพสต์เปิดตัวลูกสาว น้องไลลา อรันญา วิลสัน เกิดเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2018 ว่าเป็นลูกสาวของ โอเวน วิลสัน แต่เขาไม่มั่นใจและไม่ยอมรับว่าเป็นพ่อของเด็กจึงต้องพึ่งกระบวนการทางกฎหมาย ล่าสุดมีรายงานเปิดเผยข้อตกลงในคดีครอบครัวของทั้งคู่ วารุณี ยื่นคำร้องต่อศาลตั้งแต่ตอนที่ยังตั้งครรภ์เพียง 4 เดือน ขอให้ โอเวน วิลสัน ยอมรับว่าเป็นพ่อของลูก ทั้งคู่มีความสัมพันธ์แบบที่ไม่ค่อยเปิดเผยมากนัก รักๆ เลิกๆ คบหามานานกว่า 5 ปี

เปิดประวัติกีฬาเอเชียนเกมส์ กีฬาวูซู

เปิดประวัติกีฬาเอเชียนเกมส์ กีฬาวูซู หากพูดถึงนักแสดงชื่อดังในภาพยนตร์ศิลปะการต่อสู้ อย่างบรูซ ลี, เจ็ต ลี, หรือ เฉิน หลง ที่ได้วาดลวดลายเพลงยุทธและการต่อสู้อย่างมีชั้นเชิงขั้นสูงสไตล์แดนมังกร จนผู้ชมต้องหลงใหล สำหรับ ‘วูซู’ (Wushu) หรือ มวยจีน ก็คือต้นรากของศิลปะการต่อสู้ของบรรดาซูเปอร์สตาร์เหล่านี้วูซู ถือเป็นศิลปะการต่อสู้จีนโบราณ โดยพัฒนาควบคู่ไปกับประวัติศาสตร์จีน ซึ่งวิชาวูซูได้เริ่มมีขึ้นในยุคซางโจว ด้วยการนำเอาวิชาวูซูไปใช้ในการฝึกทหาร พร้อมให้ความสำคัญในด้านเทคนิคการต่อสู้ที่ใช้ในสนามรบ ซึ่งในยุคนี้มีการแสดงวิชาต่อสู้ด้วยมือเปล่า ทั้งการร่ายรำ และยังมุ่งเพื่อสร้างเสริมสุขภาพ พลานามัย และต่อต้านโรคภัยสำหรับวูซูนั้นมีการออกวรยุทธหลากท่วงท่า ทั้งเตะ ต่อย จับ ผลัก ทิ่ม และอื่นๆ อีกหลายกระบวนยุทธ ซึ่งประกอบด้วยทักษะแบบโจมตีคู่ต่อสู้และการป้องกันตัวด้วยมือเปล่า หรือการใช้อาวุธ โดยวูซูได้ฝังรากลึกลงไปอยู่ในหมู่ชนชาวจีน และได้มีการฝึกฝนกันมานานหลายศตวรรษ ทำให้วูซูกลายเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าของประเทศจีน

 

สองพี่น้อง สุจินดา และ พิทยา โชว์ฟอร์มเยี่ยมซิวเหรียญทองที่ 2 ให้ทัพวูซูไทย

สองพี่น้อง สุจินดา และ พิทยา โชว์ฟอร์มเยี่ยมซิวเหรียญทองที่ 2 ให้ทัพวูซูไทย จากประเภทยุทธลีลาตุ้ยเลี่ยน (การต่อสู้ประกอบอาวุธดาบกับทวน) หลังทำคะแนนได้ดีที่สุด 9.60 คะแนน ในวูซูกีฬามหาวิทยาลัยอาเซียน ครั้งที่ 19 ที่กรุงเนปิดอว์ ประเทศเมียนมาร์ วันที่ 12 ธ.ค. 2561 ที่ผ่านมา วูซู กีฬามหาวิทยาลัยอาเซียน ครั้งที่ 19 ที่กรุงเนปิดอว์ ประเทศเมียนมาร์ วันที่ 12 ธ.ค. 2561 ชิง 2ทอง ประเภทยุทธลีลา โดยได้จาก ลี่ พิทยา หยางรุ่งรวิน จากประเภท 2 ยุทธลีลา หนานกุ้น(พลองใต้)-หนานเตา(ดาบใต้) รายการนี้มีแข่งขัน 2 วัน วันแรก (11 ธันวาคม) พิทยาลงโชว์ลีลาในประเภทหนานกุ้น ทำได้ 9.58 คะแนน ตามหลังชั๊วะ ซางหยาง จากมาเลเซีย ที่ได้ 9.60 คะแนนออยู่เล็กน้อย แต่ในประเภทหนานเตา วันนี้ พิทยาออกลีลาได้เยี่ยมยอด ทำไป 9.60 คะแนน ขณะที่หนุ่มมาเลเซียได้ 8.85 คะแนน ทำให้พิทยาคะแนนรวม 19.18 คะแนน ได้เหรียญทอง ส่วนเหรียญเงิน แฮร์ริส ฮอราติอุส จากอินโดนีเซีย 19.02 คะแนน เหรียญทองแดงชั๊วะ ซางหยาง 18.45 คะแนน ขณะที่ยุทธลีลาตุ้ยเลี่ยน(การต่อสู้ประกอบอาวุธดาบกับทวน) พิทยาจับคู่กับ พี่ชาย ตี๋ สุจินดา ลงแข่งขัน ซึ่งรายการนี้มีแข่งขัน 3 ชาติ คือ ไทย พม่าและมาเลเซีย ปรากฏว่าคู่พี่น้องของไทยทำคะแนนได้ดีที่สุด 9.60 คะแนน ได้เหรียญทองไปอีกรายการ เหรียญเงิน พม่า 9.59 คะแนน สรุป วูซูไทยทำได้ 4 ทอง 2 เงิน 1 ทองแดง

ประโยชน์ต่อร่างกายกีฬาวูซู


ประโยชน์ต่อร่างกายกีฬาวูซู กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น และกระดุก ทุกส่วนของร่างกายมีโอกาสได้เคลื่อนไหว รักษารูปร่างให้พอดี ไม่ผอม ไม่อ้วน
เพิ่มประสิทธิภาพของการแลกเปลี่ยนแกสที่ปอด ป้องกันวัณโรค ช่วยให้หายใจได้ลึก
ทำให้หัวใจเต้นแรง แต่รักษาจังหวะช้า ๆ และสม่ำเสมอ
รักษาและป้องกันอาการคั่งเลือดของร่างกาย การตีบตันและแข็งตัวของหลอดเลือดจึงเป็นการป้องกันเส้นดลหิตในสมองแตก ช่วยการหมุนเวียนโลหิตจึงเป็นการป้องกันดรคอัมพาตและตะคริว เป็นต้น
ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญ และการขับถ่ายของเสีย
ระบบประสาท และสมองได้พักผ่อนและซ่อมแซมตัวเอง รวมทั้งระบบอื่น ๆ ด้วย
ทำให้ร่างกายอบอุ่นในฤดูหนาว และเย็นสบายในฤดูร้อนหลังจากมีเหงื่อออก
บริหารไตให้แข็งแรง ซึ่งจะมีผลต่อร่างกายส่วนอื่นให้ดีขึ้น และช่วยสะเทิน อาหารที่เป็นพิษ
ป้องกันการก่อตัวหรือตกตะกอนของหินปูน ในกระดูกของผู้สูงอายุ อันจะนำไปสู่โรค
ฝึกร่างกายให้อดทน ทำงานหนักได้ ไม่เหนื่อยง่าย ไม่เป็นโรคอ่อนเพลีย
ช่วยให้ผิวหนังแข็งแรง ป้องกันผิวหนังร้อน โรค Psoriasis และสิวต่าง ๆ เป็นต้น
สภาพร่างกายที่ได้จากการฝึกฝน มวยไทเก็ก เป็นเวลายาวนาน :-แก้มจะมีสีแดงแสดงถึงความมีสุขภาพดี ขมับจะเต็มอิ่มขึ้นมา หูจะมีสีแดงเข้มการได้ยินจะว่องวัย ลูกตาจะมีประกายชีวิตชีวา เสียงจะดังและกังวาลไกลการหายใจจะเป็นปกติ ไม่หอบเหนื่อยหรือเร่งร้อน ฟัน เหงือกและขากรรไกรจะแข็งแรง ไหล่และอกจะแข็งแรงและเรียบ ท้องจะแข็งแต่หยุ่นได้ คล้ายหนังกลองเมื่อยืนเท้าทั้งสองจะรู้สึกว่าติดแน่นกับพื้น และสามารถเปลี่ยนจาก “มี”เป็น “ไม่มี” หรือกลับกันได้ การก้าวเท้าจะเบากล้ามเนื้อจะอ่อนนุ่มดุจปุยฝ้าย ขณะที่ “พลังแท้จริง (จิ้ง)” ยังไม่ถูกใช้แต่กล้มเนื้อจะเหนียวแน่นขึ้นเมื่อพลังงานแท้จริงถูกใช้ นอกจากนี้ผิวหนังจะเรียบและผ่องใสออกสีชมพูและว่องไวต่อการสัมผัสฟัง

พูดถึงกีฬาวูซูประเภทประลองยุทธ


พูดถึงกีฬาวูซูประเภทประลองยุทธ ต้องต่อสู้ตามกฎเกณท์และเงื่อนไขในข้อกติกาที่ได้กำหนดไว้ โดยทั้ง 2   ฝ่าย จะใช้ยุทธวิธีและชั้นเชิงด้วยกลเม็ดต่างๆ ในการเข้าปะทะต่อสู้กัน  การแข่งขันประเภทประลองยุทธ หรือต่อสู้  โดยประเภทการต่อสู้ที่ได้รับการพัฒนาแล้ว  ได้แก่  สันโส่ว (แข่งขันต่อสู้ระหว่างมือเปล่า ต่อมือเปล่า)  การแข่งขันผลักมือ(ทุยโส่ว)ของไท่จี๋ฉวน และการแข่งขันต่อสู้ตัวต่อตัวเป็นต้น บอกเลยว่าสนุกสุดยอดไปเลยงานนี้

การแข่งขันกีฬาประเภทยุทธลีลา วูซูสวยงามท่วงท่า


การแข่งขันกีฬาประเภทยุทธลีลา วูซูสวยงามท่วงท่าประกอบด้วยการร่ายรำท่าต่อสู้ ในลักษณะรุก รับ ด้วยการใช้ท่าเตะ  ชก  ตี ทุ่ม  คว้า-จับ  จี้  แทง  มีการรุกถอยตามกฎเกณท์การต่อสู้  ประกอบด้วยเพลงยุทธทั้งเคลื่อนไหวและ สงบนิ่งมีเร็ว-ช้า  มีแข็งอ่อนและชั้นเชิงทางกลยุทธเป็นกฎเกณท์ในการโต้ตอบ นอกจากนั้นยังมียุทธ ลีลาอาวุธ และบทเรียนการฝึกโต้ตอบในลักษณะเข้าคู่ร่วมกันอีกด้วย ลักษณะดังกล่าวนี้มานี้ เรียกว่า  กระบวนยุทธลีลา ภาษาจีนเรียกว่า “เถ้าลู่” ภาษาอังกฤษว่า ROUTINE บอกเลยว่าสนุกจริงๆ

ประวัติเรื่องราวการก่อตั้งสมาคมวูซู


ประวัติเรื่องราวการก่อตั้งสมาคมวูซู ก่อนเป็นสมาคมวูซู ได้มีการจัดตั้งสถาบันวูซู-กังฟูขึ้น เพื่อให้การเผยแพร่วิชาวูซู(ซึ่งยังต้องใช้ชื่อเรียกว่ากังฟู) เป็นแห่งแรกของเมืองไทย เมื่อปี พ.ศ. 2521 โดยอาจารย์บลู ดิษยบุตร และเป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งเป็นสมาคมกีฬาวูซูในปี พ.ศ. 2529 และในเวลาต่อมา โดยการสนับสนุนของการกีฬาแห่งประเทศไทย สมาคมกีฬา วูซู ก็ได้รับการปรับเปลี่ยนเป็นสมาคมสหพันธ์วูซูแห่งประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2534 โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้ เพื่อให้การส่งเสริมพัฒนากีฬาวูซูภายในประเทศให้มีระดับมาตรฐาน เพื่อเป็นศูนย์กลางในการบริการด้านวิทยาการวูซูแก่สโมสรสมาชิก เพื่อการพัฒนาสุขภาพพลานามัยแก่บุคคลทั่วไป ทั้งยังเป็นองค์กรบริหารกิจการกีฬาวูซูภายในประเทศ และเป็นผู้แทนประเทศไทยในการเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาวูซูในระดับซีเกมส์ เอเชี่ยนเกมส์ และโอลิมปิกเกมส์อีกด้วย

น้องเซนดาวรุ่งดวงใหม่ของวงการ กีฬาวูซู


น้องเซนดาวรุ่งดวงใหม่ของวงการ กีฬาวูซูความน่าสนใจของกีฬาวูซู ในน่านเกมส์ครั้งนี้ อยู่ที่ “น้องเซน” ด.ช.ญาณวุฒิ กิตติธนะวงศ์ นักกีฬาวูซู ยุทธลีลา ของจังหวัดจันทบุรี วัยเพียง 8 ปีค่ะ และก็เป็นเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเยาวชนครั้งแรก น้องเซน เริ่มเล่นกีฬานี้ ตั้งแต่อายุ 5 ขวบ เล่นควบคู่ไปกับเทควันโด และ ยิมนาสติก ใช้เวลาพัฒนาฝึกฝนได้เพียง 3 ปี ก็สามารถก้าวมาเป็นตัวแทนจังหวัดได้ ถือว่าเป็นดาวรุ่งที่น่าจับตามองทีเดียวจากการต่อสู้จริงๆ ที่มีมาตั้งแต่โบราณ สู่การเป็นกีฬาแข่งขัน ด้วยรูปแบบการร่ายรำกระบวนยุทธ และการต่อสู้มาใช้ในการฝึก แม้ว่าวันนี้อาจจะยังไม่เป็นที่รู้จักกันมากนัก แต่เชื่อว่าในอนาคต น้องๆ นักกีฬาเยาวชนเหล่านี้แหละค่ะ ที่จะสร้างชื่อเสียง และทำให้กีฬาวูซู กลายเป็นที่นิยมในประเทศไทยมากขึ้นค่ะ

เรื่องราวประวัติของกีฬาวูซููเป็นยังไงไปชม


เรื่องราวประวัติของกีฬาวูซููเป็นยังไงไปชมกีฬาวูซูเป็นศิลปะการต่อสู้ของชาวจีน และเป็นศิลปะทางวัฒนธรรมที่มีความยาวนาน และมีบทบาทสำคัญในทุกยุคสมัยที่มีการรบทัพจับศึกของประเทศจีนแต่โบราณกาล คำว่า วูซู แปลตรงตัวว่า วิทยายุทธ แต่ชาวจีนโพ้นทะเลที่นำวิชาวูซูไปเผยแพร่ในนามเรียกขานตามภาษาพื้นเมืองว่า กังฟู ประกอบกับประเทศจีนในยุคนั้นเป็นยุคปิดประเทศ ผู้คนทั่วไปจึงรู้จักวิชาวูซูภายใต้ชื่อเรียกขานว่า กังฟู ต่อมาเมื่อจีนเปิดประเทศ และได้ให้การพัฒนาวิชาวูซูเป็นกีฬา จึงได้ให้การเรียกขานให้ถูกต้องว่า วูซู (WUSHU) นอกจากนี้ วิชาวูซูยังเป็นวิชาต้นแบบของวิชาต่อสู้ป้องกันตัวที่มีชื่อในหลายวิชาของทวีปเอเชียอีกด้วยประเทศไทยได้รับอิทธิพลวิชาวูซู นับตั้งแต่ชาวจีนอพยพเข้าสู่ประเทศไทยแต่ครั้งโบราณ และมีการฝึกสอนและถ่ายทอดกันเฉพาะแก่ลูกหลานชาวจีน จึงไม่เป็นที่แพร่หลาย แม้แต่ปัจจุบัน ชาวไทยจะรู้จักวิชาวูซูแต่เพียงการรำมวยจีนเพื่อสุขภาพเท่านั้น เนื้อหาสาระในทางลึกนั้น ยังคงเป็นปริศนาอยู่ แต่ปัจจุบันนี้ เมื่อวิชาวูซูได้รับการพัฒนาเข้าสู่ระบบกีฬาแล้ว วิชาวูซูในทางลึกก็ค่อยกระจ่างขึ้น